ทอท.เข้มตรวจพบ 3 ผู้โดยสารต่างชาติเข้าข่ายเฝ้าระวังโควิด-19

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงผลปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยและการดำเนินงานเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันจากเชื้อโควิด-19 ว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ภายในท่าอากาศยาน 6 แห่งในความรับผิดชอบคือ ท่าอากาศยาน ดอนเมือง(ทดม.),ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.),ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.),ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.),ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย (ทชร.),ท่าอากาศยาน หาดใหญ่ (ทหญ.)ทั้งนี้เบื้องต้นได้คัดกรองผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งขาเข้า ขาออก และผู้โดยสารภายในประเทศขาออก จำนวนรวมทั้งสิ้น 105,677 คน โดยตรวจพบผู้โดยสารที่มีอาการเข้าข่ายสงสัยโรคโควิด-19 จำนวน 3 รายประกอบด้วย 1.ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง พบผู้ป่วยชายชาวอินเดีย อายุ 39 ปี ผู้โดยสารขาเข้าและผ่านลา เดินทางมาจากโตเกียว ท่าอากาศยานนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาด้วยสายการบิน AIRASIA X เที่ยวบิน XJ601 วัดอุณหภูมิได้ 37.7 องศาเซลเซียส แต่ไม่มีอาการไอหรือมีน้ำมูก แพทย์ประจาด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศลงความเห็นเข้าข่ายสงสัยโรคโควิด-19 จึงนำส่งต่อสถาบันบาราศนราดูร2.ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต พบผู้ป่วยชายชาวเยอรมัน เป็นผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ เดินทางจากประเทศสิงคโปร์ เดินทางมาด้วยสายการบิน SILKAIR เที่ยวบิน MI750 มีอาการไอ น้ามูก วัดอุณหภูมิได้ 38.6 องศาเซลเซียส แพทย์ประจำด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศลงความเห็นเข้าข่ายสงสัยโรคโควิด-19 จึงส่งต่อโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต3.ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบผู้ป่วยหญิงชาวญี่ปุ่น อายุ 21 ปี ผู้โดยสารขาออก เมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วัดอุณหภูมิได้ 37.1 องศาเซลเซียส แต่มีอาการไอหรือมีน้ำมูก แพทย์ประจำด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศลงความเห็นเข้าข่ายสงสัยโรคโควิด-19 จึงส่งต่อโรงพยาบาลบางพลีไวรัสมรณะโคโรน่า (Covid-19)

Tagged : / /

สำเร็จ เด็กแก้ผ้า วิ่งแก้บน ไอ้ไข่ วัดเขากรวด เผยมีคนถูกรางวัลที่ 1 ถึง 3 งวด

ไอ้ไข่ วันที่ 2 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาประดิษฐานรูปหล่อจำลองไอ้ไข่ พี่จุก น้องจันทิมา วัดเขากรวด ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายราชบุรี–จอมบึง หมู่ 15 ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้มีชาวบ้าน นักเสี่ยงโชคทั้งใน จ.ราชบุรี และต่างจังหวัดพากันนำสิ่งของมาแก้บน มีทั้งหนังสติ๊ก น้ำแดง ชุดทหาร ของเล่นเด็ก ไข่ต้ม ไก่ชนขนาดต่างๆ ประทัด และขนมชนิดต่างๆรวมทั้งนำลูกหลานมาแก้ผ้าวิ่งแก้บน มาเต้นรำแก้บน และนำอาหารมาเลี้ยง มาให้รูปจำลองไอ้ไข่ พี่จุก และน้องจันทิมา หลังได้มาขอโชคลาภแล้วสมหวังกัน ซึ่งชาวบ้านหลายคนที่นำสิ่งของมาให้ต่างก็บอกว่าเดินทางมาขอโชคลาภจากที่นี่แล้วสมหวังมาถึง 7 งวดแล้ว มีชาวบ้านหลายคนที่ถูกรางวัลที่หนึ่ง หลังจากมาขอที่นี่ถึง 3 งวด ต่างก็พากันนำเงินมาร่วมทำบุญสร้างเมรุเผาศพ หรือบ้านหลังสุดท้ายกับทางวัด ซึ่งจะมีการก่อสร้างในช่วงเดือนเมษายน ที่จะถึงนี้ โดยทุกคนที่มาต่างก็จะพากันพูดว่าเป็นเรื่องความเชื่อ และความศรัทธาของแต่ละบุคคลจากการสอบถามผู้ดูแลศาลาไอ้ไข่ ทราบว่า พระอธิการอำนาจ โสภนปัญโญ เจ้าอาวาสวัดเขากรวด ได้ไปอัญเชิญรูปจำลองไอ้ไข่มาจากวัดเจดีย์ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้ประชาชนได้มากราบไหว้ขอพร โดยเฉพาะชาวบ้านที่ศรัทธาไอ้ไข่ ไม่สามารถเดินทางไปยังวัดเจดีย์ได้ นอกจากนี้ยังได้ไปนำรูปจำลอง พี่จุก และน้องจันทิมา จากวัดสวนหลวง จ.สมุทรสงคราม นำมาอยู่รวมกันในศาลาแห่งนี้ ซึ่งทางวัดนั้นหวังว่าจะมีประชาชนเดินทางมากราบไหว้ บางสามารถมาขอโชคลาภตามความเชื่อได้ และร่วมกันทำบุญเพื่อที่จะนำปัจจัยที่ได้มาช่วยสร้างเมรุเผาศพให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็วทำนายฝัน ตัวเลข

Tagged : / / / / / / / / /

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับจำคุก ธาริต พร้อม 3 จนท.ดีเอสไอ คนละ 2 ปี

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้( 6 มี.ค.) ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ในฐานะอดีตหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานเป็นร่วมกันเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า กรณีเมื่อเดือน ก.ค.54 – 13 ธ.ค. 2555 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนดำเนินคดีนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ข้อหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผล จากการออกคำสั่ง ศอฉ. ใช้กำลังเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ที่ชุมนุมเพื่อขับไล่นายอภิสิทธิ์ออกจากตำแหน่งนายกฯ ซึ่งโจทก์เห็นว่าการแจ้งข้อหาบิดเบือนจากข้อเท็จจริง โดย นปช.ก่อความไม่สงบ ก่อการร้าย โจทก์ได้มอบนโยบายชัดเจนว่าให้สลายการชุมนุมโดยหลีกเลี่ยงความสูญเสีย เพื่อระงับความเสียหายของบ้านเมือง โจทก์ไม่ต้องรับผิด เมื่อการชุมนุมยุติลง ดีเอสไอก็ได้สอบสวนดำเนินคดีแกนนำและชายชุดดำข้อหาก่อการร้ายด้วย ต่อมานายธาริต จำเลยที่ 1 ยอมตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จำเลยทั้งสี่จึงร่วมกันแจ้งข้อหาสั่งฆ่าประชาชน กลั่นแกล้งโจทก์สนองความต้องการของรัฐบาล ซึ่งดีเอสไอไม่มีอำนาจ เพราะโจทก์เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องเป็นการวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2561 ยกฟ้องจำเลยทั้งสี่ โดยเห็นว่าพยานที่โจทก์ที่นำสืบมานั้น ไม่เห็นว่าจำเลยที่ 1 จงใจกลั่นแกล้งโจทก์อย่างไรในการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งทำในรูปของคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ มีจำเลยที่ 2-4 และอัยการเข้าร่วมเป็นคณะทำงาน โดยแต่งตั้งขึ้นภายหลังศาลมีคำสั่งไต่สวนการตายของนายพัน คำกอง คณะกรรมการไม่มีอำนาจสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ต้องส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาต่อ จำเลยทั้งสี่เป็นพนักงานสอบสวนเช่นเดียวกับอัยการที่ร่วมสอบ จึงไม่พอฟังว่าจำเลยทั้งสี่กระทำผิดตามฟ้อง ส่วนหลักฐานอื่นเป็นเพียงพยานแวดล้อมและความเห็นทางกฎหมายวันนี้นายธาริต อดีตอธิบดีดีเอสไอ และกลุ่มพนักงานสอบสวนดีเอสไอ จำเลยทั้งสี่ ซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาลโดยศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือเเล้วเห็นว่า ก่อนหน้าที่จะมีความเห็นควรเเจ้งข้อหาโจทก์ที่1-2 ในความผิดฐานฆ่าเล็งเห็นผลจากเหตุการสลายการชุมนุมปี53 จำเลยทั้ง4เคยมีความเห็นว่าการชุมนุม นปช.เป็นความผิดกฎหมายจึงเเจ้งจ้อหาก่อการร้าย เเสดงว่าจำเลยที่ 1-4 เห็นว่าโจทก์ที่ 1-2 กระทำไปตามหน้าที่ เเม้ภายหลังการไต่สวนการตายของ นายพัน คำกอง ศาลอาญาจะชี้ว่ากระสุนมาจากฝั่งทหาร เเต่ก็ไม่ได้ระบุว่าการกระทำโจทก์ทั้งสองเป็นความผิด จากการพิจารณาพฤติการณ์ประกอบกัน ฟังได้ว่าการที่จำเลยทั้ง4มีความเห็นต่างจากเดิม เขื่อว่าเป็นการกลั่นเเกล้งโจทก์ทั้งสองเพื่อเอาใจรัฐบาลเพื่อมีผลในการต่ออายุตำเเหน่งอธิบดีดีเอสไอ การที่จำเลยทั้ง4สืบสวนสอบสวนโจทก์ทั้งสอง พร้อมเเจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเล็งเห็นผลทั้งที่เป็นอำนาจ ปปช.การกระทำจึงเป็นความผิดตามฟ้อง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสี่ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เเละมาตรา 200 วรรคสอง การกระทำเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลักบทให้ลงโทษบทหนักสุดตามมาตรา 200 วรรคสอง จำคุก3ปี เเตเบิกความเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยทุกคนคนละ 2 ปีรู้ทันกฎหมาย

Tagged : / / / / / / /

ลุงอุบลฯ ฝันเห็นปลิง 3 ตัวเกาะขาตีเป็นเลข 38 เฮงถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้าน

ลุงวัย 54 ปี ชาวอุบลฯ ดวงเฮงถูกหวยรางวัลที่ 1 ได้เงิน 6 ล้าน มาสภ.เมืองอุบลราชธานี ลงบันทึกประจำวันไว้ เผยฝันว่าปลิงเกาะขา 3 ตัว ตีเป็นเลข 38 ตระเวนหาซื้อสลากฯชุด แต่ได้มาแค่ใบเดียวเมื่อวันที่ 2 มี.ค.63 ร.ต.อ.สมสมัย ฝ่ายดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งจาก นายหล่ง บุระดำ อายุ 54 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 ต.ดอนมดแดง อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี ว่าตนเป็นผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มี.ค.63 โดยนำสลากกินแบ่งรัฐบาล เลข 875938 วันที่ 1 มี.ค.63 งวดที่ 10 ชุดที่ 42 จำนวน 1 ฉบับ มูลค่า 6 ล้านบาท มายืนยันและขอลงบันทึกแจ้งความเพื่อเดินทางไปขึ้นเงินต่อไปนายหล่ง บุระดำ คนดวงดีเล่าถึงที่มาของสลากกินแบ่งรัฐบาลฉบับนี้ว่า ตนฝันว่ามีปลิงมาเกาะขา 3 ตัว เลยทำนายฝันเองว่าต้องเป็นเลข 38/83 หลังจากนั้นก็ตระเวนหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเลขท้าย 38/83 ไว้เสี่ยงโชคหลายฉบับ แต่ฉบับที่ถูกรางวัลนี้ซื้อมาจากในตัว อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี ระหว่างไปทำงานรับเหมาก่อสร้าง โดยเป็นเลขชุด 2 ใบ แต่แม่ค้าสลากขายไปแล้ว 1 ใบ ไม่งั้นตนคงได้ 12 ล้านแน่นอน หลังจากขึ้นเงินรางวัลแล้วจะนำเงินไปทำบุญส่วนหนึ่ง และเหลือไว้ใช้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวต่อไป.ทำนายฝัน ตัวเลข

Tagged : / / / / / / / / /